Care•D Nursing Home

CARE•D News & Articles

แผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง: รู้เท่าทันก่อนอาการลุกลาม

แผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง: รู้เท่าทันก่อนอาการลุกลาม

แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bed Sore) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยที่ไม่สามารถขยับตัวได้เองหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แผลอาจลุกลามจนติดเชื้อ ลึกถึงกระดูก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bed Sore) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยที่ไม่สามารถขยับตัวได้เอง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัมพาต หรือผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวได้น้อย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แผลอาจลุกลามจนติดเชื้อ ลึกถึงกระดูก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แผลกดทับคืออะไร?
แผลกดทับคือ การบาดเจ็บของผิวหนังและเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากแรงกดทับต่อเนื่องนาน ๆ จนเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นไม่เพียงพอ ทำให้เนื้อเยื่อตายและกลายเป็นแผล

สาเหตุหลักของแผลกดทับ

  1. แรงกด (Pressure): จากการนอนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน
  2. แรงเสียดสี (Friction): เช่น ลากตัวผู้ป่วยบนเตียงโดยไม่ใช้ผ้ารอง
  3. แรงเฉือน (Shear): เช่น ศีรษะหรือหลังเลื่อนไถลขณะนั่งพิงเตียง
  4. ความชื้น: จากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ทำให้ผิวเปื่อยง่าย
  5. ภาวะขาดสารอาหารหรือขาดโปรตีน: ทำให้ผิวหนังอ่อนแอ

ตำแหน่งที่มักเกิดแผลกดทับ

  • ท้ายทอย
  • กระดูกสะบัก
  • ก้นกบ / สะโพก
  • ข้อศอก
  • ส้นเท้า / ตาตุ่ม
  • เข่า / หน้าแข้ง (ในบางกรณี)

ระดับของแผลกดทับ

ระดับ ลักษณะแผล
1ผิวหนังแดง ไม่จางเมื่อกด ผิวหนังยังไม่เปิด
2มีแผลเปิดตื้น ๆ ชั้นผิวหนังหลุดลอก
3แผลลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
4แผลลึกถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือกระดูก อาจติดเชื้อรุนแรง

วิธีป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง

  1. เปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง
    ลดแรงกดที่สะสมในจุดเดิม ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  2. ใช้เบาะรองกันแผลกดทับ
    เบาะลม เบาะเจล หรือที่นอนลมจะช่วยกระจายแรงกด ลดความเสี่ยง
  3. รักษาความสะอาดผิวหนัง
    หมั่นเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม และใช้ผ้าซับเหงื่อหากมีความชื้นสะสม
  4. นวดกระตุ้นบริเวณที่มีแรงกด
    เช่น บ่า หลัง ต้นขา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด (ยกเว้นบริเวณที่เริ่มมีรอยแดงแล้ว)
  5. ให้สารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน
    เพื่อให้ผิวหนังแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็ว

การดูแลแผลกดทับเบื้องต้น

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด (หากไม่ติดเชื้อ)
  • ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซปลอดเชื้อหรือวัสดุปิดแผลเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้แป้งหรือยาทาแผลที่ไม่เหมาะสม
  • หากแผลลึกหรือมีหนอง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและอาจต้องล้างแผล หรือตัดเนื้อเน่าทิ้ง

สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์ทันที

  • แผลมีกลิ่นเหม็น หรือมีหนอง
  • ผิวหนังรอบแผลบวมแดง ร้อน
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • แผลไม่ดีขึ้นภายใน 7–10 วัน

แผลกดทับสามารถป้องกันได้ หากมีการดูแลอย่างเหมาะสมและใส่ใจเรื่องการเปลี่ยนท่า นอนบนเบาะที่เหมาะสม และได้รับสารอาหารครบถ้วน หากเริ่มมีสัญญาณแผล ให้รีบดูแลและปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต