Care•D Nursing Home

CARE•D News & Articles

กลืนลำบาก (Dysphagia) ในผู้สูงอายุ: อาการ สาเหตุ และแนวทางการดูแลอย่างปลอดภัย

กลืนลำบาก (Dysphagia) ในผู้สูงอายุ: อาการ สาเหตุ และแนวทางการดูแลอย่างปลอดภัย

Dysphagia คือภาวะที่ผู้ป่วยรู้สึกยากลำบากในการกลืนอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลาย ส่งผลให้รู้สึกเจ็บ คัดแน่น หรือกลืนไม่ลง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาการนี้สามารถส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เช่น ภาวะขาดสารอาหาร หรือ สำลักอาหารเข้าสู่ปอด ซึ่งอาจนำไปสู่โรคปอดบวม

“กลืนลำบาก” หรือ Dysphagia คือภาวะที่ผู้ป่วยรู้สึกยากลำบากในการกลืนอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลาย ส่งผลให้รู้สึกเจ็บ คัดแน่น หรือกลืนไม่ลง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาการนี้สามารถส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เช่น ภาวะขาดสารอาหาร หรือ สำลักอาหารเข้าสู่ปอด ซึ่งอาจนำไปสู่โรคปอดบวม

สัญญาณเตือนของอาการกลืนลำบาก

  • รู้สึกว่ามีก้อนติดคอขณะกลืน
  • ไอหรือสำลักทันทีหลังดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
  • น้ำลายไหลตลอดเวลา หรือกลืนไม่หมด
  • เสียงเปลี่ยนไปหลังกลืน (เสียงแหบ)
  • ใช้เวลานานผิดปกติในการรับประทานอาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหนื่อยง่ายหลังรับประทานอาหาร

สาเหตุของอาการกลืนลำบากในผู้สูงอายุ

  1. ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามอายุระบบกลืนซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลายส่วน อาจเสื่อมประสิทธิภาพลงเมื่ออายุมากขึ้น
  2. โรคทางระบบประสาท เช่น
    • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
    • โรคพาร์กินสัน
    • โรคอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
    • เส้นประสาทสมองเสียหาย
  3. ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายให้อาหารนาน ๆเช่น การไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อกลืน จนอ่อนแรง
  4. ปัญหาทางกายวิภาคเช่น ก้อนเนื้อในลำคอ กรดไหลย้อน หรือแผลเรื้อรังในหลอดอาหาร

ภัยแทรกซ้อนจากการกลืนลำบาก
หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่:

  • การขาดสารอาหารและภาวะขาดน้ำ
  • การสำลักอาหาร และ อาหารเข้าหลอดลม (Aspiration)
  • โรคปอดบวมจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การวินิจฉัยและตรวจประเมิน
การประเมินอาการกลืนลำบาก ควรทำโดยแพทย์หรือนักแก้ไขการพูด โดยวิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่:

  • การประเมินการกลืนเบื้องต้น (Bedside Swallowing Test)
  • การกลืนแป้งทึบรังสี (Videofluoroscopic Swallow Study – VFSS)
  • การกลืนโดยใช้กล้องส่องผ่านจมูก (FEES)

แนวทางการดูแลผู้ที่มีอาการกลืนลำบาก

1. ปรับลักษณะอาหารให้เหมาะสม

  • ใช้อาหารบด อาหารอ่อน หรืออาหารปั่นละเอียด
  • ใช้สารเพิ่มความข้นในของเหลวเพื่อลดการสำลัก
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่เหนียว แห้ง หรือร่วน เช่น ขนมปังแห้ง ถั่ว

2. ปรับท่าทางขณะรับประทาน

  • นั่งตรงหลังตั้งตรงศีรษะเล็กน้อย
  • หลังรับประทานให้นั่งต่ออีก 30–60 นาที เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนและการสำลัก

3. ฝึกกลืนโดยนักแก้ไขการพูดหรือกายภาพบำบัดช่องปาก

  • ฝึกการใช้กล้ามเนื้อปาก ลิ้น และลำคอ
  • ฝึกเทคนิคการกลืน เช่น กลืนหลายครั้ง กลืนเร็ว หรือกลืนพร้อมกลั้นหายใจ

4. เฝ้าระวังสัญญาณอันตราย

  • ไอรุนแรงหลังกลืน
  • มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • น้ำหนักลด หรือเหนื่อยง่าย

เมื่อต้องใช้วิธีให้อาหารทางสาย (Feeding Tube)
หากผู้ป่วยไม่สามารถกลืนได้อย่างปลอดภัย แพทย์อาจพิจารณาใส่สายให้อาหาร เช่น สายทางจมูก (NG Tube) หรือสายทางหน้าท้อง (PEG) เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหารและการสำลัก อย่างไรก็ตาม ควรประเมินซ้ำเป็นระยะ และฟื้นฟูการกลืนควบคู่ไปด้วย

ภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่สามารถวินิจฉัยและดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ และมีแนวทางดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงของการสำลัก การขาดสารอาหาร และโรคปอดแทรกซ้อนได้อย่างมาก หากผู้สูงอายุที่คุณดูแลเริ่มมีอาการกลืนลำบาก อย่ารอช้า ควรพาไปพบแพทย์ หรือนักแก้ไขการพูดเพื่อประเมินโดยเร็ว